ทัวร์เนปาล กาฐมาณฑุ นากาก็อต โปครา เยือนยอดเขาเอเวอเรสต์

หมวดหมู่ : NEPAL

รายละเอียดสินค้า

เราขอนำท่านเดินทางสู่ดินแดนที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาหิมาลัยอันบริสุทธิ์ งดงาม  หุบเขาแห่งมรดกโลกที่ยังคงมีชีวิตชีวานั่นคือหุบเขากาฐมาณฑุ สัมผัสอารยธรรมอันยาวนานและความงดงามของวัด วัง แบบทั้งฮินดู พุทธแบบมหายานตันตระวัชรยาน ซึ่งเป็นแบบเฉพาะของประเทศเนปาล พร้อมสัมผัสวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวเนวารีที่มีจิตมิตรไมตรีที่มีน้ำใจ ดินแดนที่ถูกขนานนามจากทั่วโลกว่าเป็นมงกุฎของโลกเพราะมียอดเขาเอเวอร์เรสที่สูงที่สุดในโลก ดินแดนที่นักพิชิตยอดเขาต่างฝันที่จะเดินทางมา เนปาล เป็น 1 ในประเทศท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด เนปาลได้ขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งศรัทธาทวยเทพ .. เปิดประตูสู่เนปาล

**พิเศษ** เข้าสักการะเทพธิดากุมารีเมืองปาทัน     

**พิเศษ** มีบริการอาหารจีนและอาหารไทย         

**พิเศษ** พักโรงแรมระดับ 4 ดาว                

**พิเศษ** บินการบินไทย           

**พิเศษ**แถมกระเป๋าสุดเก๋

**พิเศษ** เข้าชมวัดชางกู นารายัณ วัด แห่งเทพวิษณุที่เก่าแก่ที่สุดในกาฐมาณฑุ

**พิเศษ** ชมระบำพื้นเมืองเนปาลพร้อมบริการอาหารพื้นเมือง

ตารางเที่ยวบิน

 

วันบิน

เมืองต้นทาง

เมืองปลายทาง

CODE

เที่ยวบิน

เวลาบิน

วันที่ 1

กรุงเทพฯ

กาฐมาณฑุ

BKK – KTM

TG 319

10.15 – 12.25

วันที่ 3

โภครา

กาฐมาณฑุ

PKR – KTM

 

 

วันที่ 5

กาฐมาณฑุ

กรุงเทพฯ

KTM – BKK

TG 320

13.30 – 18.15

 

วันที่ 1

กรุงเทพฯ – เมืองกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล

08.00 น.คณะเดินทางพบกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์ D สำหรับเช็คอินกรุ๊ป สายการบินไทย   เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับและบริการอาหารว่างขนมปังแสนอร่อย +น้ำดื่ม 1 ขวดเล็กค่ะ
10.35 น.ออกเดินทางสู่เมืองกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล  โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 319 (อาหารกลางวันบริการบนเครื่องบิน)
12.45 น.ถึงท่าอากาศยานตรีภูวัน ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและรับสัมภาระ นำท่านเข้าสู่โรงแรม เวลาช้ากว่าประเทศไทย 1.15 ชั่วโมง
บ่ายนำท่านเดินทางไปชม สถูปสวะยัมภูนาถ หรือ วัดลิง จุดชมวิวหุบเขากาฐมาณฑุ สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้ามานะเทวะ องค์สถูป มีอายุ 2,000 กว่าปี องค์สถูปเป็นทรงโอคว่ำขนาดใหญ่ที่มีสีขาวนวลเหลือง เหนือทรงโอคว่ำขึ้นไปเป็นแทนบัลลังก์สี่เหลี่ยมทั้งสี่ด้านมีภาพเขียนสี “ดวงตาแห่งปัญญา” ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี พ.ศ.2522 ชมวัดธิเบต วัดฮินดู ประทักษิณองค์สถูปขอพรให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรือง  ชมจัตุรัสกาฐมาณฑุ ดูร์บาร์และพระราชวังหนุมานโธกาหอพสันตปุร์ ในอดีตใช้เป็นที่ประกอบพิธีกรรมอันสำคัญในราชวงศ์และพระราชพิธีเสด็จออกชมการสวนสนาม นมัสการเทพธิดากุมารี ณ วังกุมารี ที่ประทับของเทพธิดากุมารี ตัวแทนแห่งเทวีพรหมจารีย์ที่ถือกำเนิดในโลกมนุษย์ มีหน้าที่ทำพิธีบูชาเทพธิดาแห่งเตาไฟหรือเทพธิดาแห่งการดำรงชีพ ซึ่งถือเป็นเทพธิดายุคโบราณของศาสนาฮินดู กาฐมาณฑป สร้างขึ้นในตอนต้นศตวรรษที่ 12 เชื่อว่าสร้างขึ้นจากต้นไม้เพียงต้นเดียว และเป็นที่มาของชื่อเมืองกาฐมาณฑุ วังหนุมานโธกา ด้านหน้ามีรูปปั้นหนุมานตั้งบนแท่นสูงคอยรักษาประตูทางเข้าพระราชวังวัดฑเลจูสร้างถวายแด่เทวีฑเลจูภาวณีเทพประจำองคพระมหากษัตริย์
ค่ำรับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารอาหารจีน  เข้าพักที่โรงแรม Himalaya Hotel ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า  
 โปรดเตรียมกระเป๋าใบเล็กเพื่อใส่เสื้อผ้า 2 ชุดสำหรับไปเมืองโภครา ชุดนอน 1 ชุด ชุดใส่วันกลับ 1 ชุด กระเป๋าใบใหญ่สามรถนำไปฝากไว้ที่โรงแรมในเมืองกาฐมาณฑุ รับคืนเมื่อกลับมาจากเมืองโภคราเนื่องจากสายการบินภายในประเทศเป็นเครื่องบินขนาดเล็ก 25 ที่นั่ง

 

วันที่ 2

เมืองกาฐมาณฑุ – เมืองโภครา   โดยรถ

เช้ารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม 
จากนั้น ออกเดินทางสู่เมืองโภครา ระหว่างเส้นทางจากเมืองกาฐมาณฑุไปโภครา ท่านจะได้สัมผัสวิถีชีวิตแบบชนบทของชาวเนปาลีและวิวทิวทัศน์สองข้างทางอันงดงามของแม่น้ำสลับกับภูผาใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมงค่ะ
เที่ยงรับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร ริเวอร์ไซด์ สปริง รีสอร์ท ระหว่างทาง 
บ่ายเดินทางต่อ เมืองโภครา เป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับสองของเนปาล  เป็นจุดชมความงามของเทือกเขาหิมาลัยทางฝั่งตะวันตกได้ใกล้ที่สุด หุบเขาแห่งนี้เป็นสถานที่ในการเริ่มต้นเดินทางผจญภัยและล่องแพ ใช้เวลาเดินทาง 5 ชั่วโมง  นำท่านล่องเรือชมทะเลสาบเฟวา ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศเนปาล หากอากาศดีท่านสามารถเห็นยอดเขามัจฉาปูชเรที่สูง 6,993 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลและเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาอรรณาปุรณะ รอบๆทะเลสาบสัมผัสกับความหลากหลายของพืชพันธุ์ดอกไม้ ต้นไม้นานาชนิด ล่องเรือไปเรื่อยๆ ถึงเกาะกลางทะเลสาบ ชมวัดบาราฮิ สักการะเทพธิดาอจิมา เทพธิดาที่ศักดิ์สิทธิ์ในเมืองโภครา ทุกวันเสาร์จะมีการบูชายัญสัตว์ แด่เทพธิดา
ค่ำรับประทานอาหารค่ำที่โรงแรม                                                                                                      
 พักที่โรงแรม Pokhara Grand Hotel ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

 

วันที่ 3

เมืองโภครา – เมืองกาฐมาณฑุ – เมืองปักตะปุร์– ยอดเขาดุลิเคล

ตี 4นำท่านเดินทางสู่ เขาซารางก็อต เพื่อชมพระอาทิตย์ยามเช้าและยอดเขามัจฉาปูชเรหรือยอดเขาหางปลา  ยอดเขาอรรณาปุรณะ ทั้ง 5 ยอดยอดเขาอรรณาปุรณะ 1 สูงเป็นอันดับ 10 ของโลก และวิวของเทือกเขาหิมาลัยที่งดงามเก็บภาพประทับใจตามอัธยาศัย    เดินทางกลับสู่ ตัวเมืองโภครา ระหว่างทางแวะวัดของเทพธิดาบินดาบาซินี   เทพธิดาที่ชาวเนปาลให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก เดินทางกลับโรงแรม
เช้ารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม  
 หลังอาหารเช้าชม น้ำตกเดวี น้ำตกแห่งนี้ตั้งชื่อตามคนที่ตกลงไป ความมหัสจรรย์ของตัวน้ำตกทิ้งตัวจากลำธารลงสู่ช่องเขาเบื้องล่างลึกลงไปกว่า 100 เมตร ศูนย์อพยพชาวทิเบตท่านจะได้สัมผัสความเป็นอยู่ของชาวทิเบต ซึ่งอพยพมาทางตอนเหนือของเนปาลในคราวที่จีนบุกกรุงลาซา ชมวิธีการทำพรมพื้นเมือง  ช้อปปิ้งสินค้าของชาวทิเบต เพื่อเป็นการช่วยสนับสนุนให้ชาวทิเบตมีรายได้ เช่น สร้อยคอ สร้อยข้อมือ เครื่องประดับ อัญมณี หิน พรม กระเป๋า ฯลฯ  แม่น้ำเซติ แม่น้ำนมสีขาว ที่ไหลมาจากเทือกเขาหิมาลัย ไหลผ่านใต้ดินเมืองโภครา
เที่ยงรับประทานอาหารกลางวันที่โรงแรม 
14.30 น.เดินทางกลับเมืองกาฐมาณฑุ โดยสายการบิน Yeti  Airlines
 เดินทางสู่ “เมืองปักตะปุร์” หรือเมืองแห่งผู้มีจิตศรัทธา มีชื่อเสียงในด้านการแกะสลักไม้และเครื่องปั้นดินเผา ชม จัตุรัสภักตะปุร์ ดูร์บาร์ ประตูทองคำพระราชวัง 55 พระแกล  ระฆังหมาเห่า รูปปั้นกษัตริย์ภูปตินทระ  มัลละ  วัดไภราพนาถ สร้างขึ้นเพื่อถวายพระเจ้าไภราพเทพเจ้าแห่งความน่าเกรงขาม ปางหนึ่งของพระศิวะ วัดมณฑปญาฏะโปละ เป็นมณฑปที่สูงที่สุดในเนปาล สวยโดดเด่นด้วยหลังคา 5 ชั้น ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ ลานเครื่องปั้นดินเผา ชมวิธีการทำเครื่องปั้นดินเผาในรูปแบบต่างๆ จากนั้นเดินทางสู่ ยอดเขาดุลิเคล จุดชมวิวเทือกเขาหิมาลัยทางตะวันออกและตะวันตก
เย็นรับประทานอาหารค่ำที่รีสอร์ท      
 พักที่ Himalayan Holizon Resort ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

 

วันที่ 4

ยอดเขาดุลิเคล – เมืองปะฏัน – เมืองกาฐมาณฑุ  

ปลุกตื่นชมพระอาทิตย์ยามรุ่งอรุณ สัมผัสเทือกเขาหิมาลัย ยอดเขาที่สูงกว่า 8000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลได้แก่ โลโฮเซ อันดับ 4, มกาลู อันดับ 5, โชโอยู อันดับ 6, มนัสลู อันดับ 8 และยอดเขาเอเวอเรสต์
เช้ารับประทานอาหารเช้าที่รีสอร์ท
 วัดชางกู นารายัณ วัด แห่งเทพวิษณุที่เก่าแก่ที่สุดในกาฐมาณฑุ ตัววัดตั้งอยู่ในลานกว้างมีรูปสลักหินจากสมัยลิจฉวีอยู่เป็นจำนวนมาก(ศตวรรษ ที่ 4-9) จัดได้ว่าเป็นยุคทองของศิลปะเนวารี งานชิ้นเอกแทนองค์เทพวิษณุ คือเทวรูปพระวิษณุในอวตารนรสิงห์ ซึ่งมีเศียรเป็นสิงห์ในท่าพิชิตกษัตริย์แห่งหมู่มารเทวรูปพระวิษณุสิบเศียร สิบกร และพระวิษณุวิกรานทะ ซึ่งมีร่างเป็นคนแคระหกกรได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ชม พุทธนิลกัณฐะ รูปสลักหินของพระวิษณุ (Lord Vishnu) ในท่านอนบนเตียงที่เต็มไปด้วยงูกลางเกษียณสมุทร จัดได้ว่าเป็นงานแกะสลักหินฝีมือเยี่ยมในยุคลิจฉวี (Lichchhavi period) รูปสลักอายุกว่า 5 ปี ศตวรรษนี้ตั้งอยู่กลางของสระน้ำเล็กๆทำให้ดูเหมือนลอยอยู่เหนือน้ำ
เที่ยงรับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคารจีน 
บ่ายเดินทางสู่เมืองลลิตปูร์หรือเมืองปะฏัน ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองกาฐมาณฑุประมาณ 5 กิโลเมตร  เมืองนี้สร้างในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ช่วงศตวรรษที่ 3 ได้รับยกย่องเป็นเมืองแห่งศิลปะและหัตถศิลป์ เดินชมจัตุรัสปะฏัน ดูร์บาร์ ประกอบด้วยพระราชวังโบราณ สร้างในศตวรรรษที่ 16-18 วัดพระกฤษณะ ที่สร้างด้วยหินแกรนิต และยังเป็นวัดเดียวในเนปาลที่มียอดเจดีย์ทำจากหินทั้งหมด 21 ยอด วัดกุมเภสวอร์วัดพระศิวะเป็น มีหลังคา 5 ชั้นลดหลั่นกัน สร้างขึ้นในรัชสมัยของกษัตริย์ชัยฐิติ มัลละ วัดทอง เป็นวัดในพุทธศาสนา สร้างในศตวรรษที่ 12 โดยกษัตริย์บัสการ์ เวอร์มาร์ ซึ่งหลังคาทำด้วยแผ่นทองเป็นเส้นยาวลงมาจรดพื้น เชื่อว่าจะเป็นเส้นทางที่เดินไปสู่สวรรค์ เจดีย์มหาโพธิ์  จำลองจากเจดีย์พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า สร้างในศตวรรษที่ 15  ชม วัดปศุปตินาถ สร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อพุทธศตวรรษที่ 5  แต่ได้ถูกทำลายโดยชาวมุสลิม หลังจากนั้นพระเจ้าภูบาลสิงห์มัลละได้สร้างขึ้นใหม่ในพุทธศตวรรษที่ 14 เพื่อถวายแด่พระศิวะในปางปศุปตินาถในปางเทพเจ้าแห่งสัตว์วัดแห่งนี้ในช่วง เดือนกุมภาพันธ์มีเทศกาลฉลองวันเกิดของพระศิวะที่เรียกกันว่าศิวะราตรี ผู้ที่เลื่อมใสนั้นจะมาร่วมพิธี และในช่วงอื่นนั้นก็จะมีผู้คนมากราบไหว้พระศิวะที่ปศุตินาถตลอดปี โดยจะมีรูปของ ลิงกัม (ลึงค์) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนพระองค์ในปางอวตารปศุปตินาถ วิหารหลักสร้างโดยกษัตริย์สุภาสพาเดวาและบูรณะโดยคงคาเทวี ฝั่งตะวันออกของวัดมีแม่น้ำบักมาตีไหลผ่าน วัดนี้เป็นสถานที่เผาศพของชาวเนปาล แม้แต่กษัตริย์ก็ยังนำพระศพมาเผาที่นี่ เพราะเชื่อว่าแม่น้ำบักมาตีจะไหลไปบรรจบกับแม่น้ำคงคาในประเทศอินเดีย ซึ่งชาวฮินดูเชื่อว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ วัดนี้อยู่ห่างจากนครกาฐมาณฑุไปทางตะวันออกประมาณ 5 กม. วัดนี้ผู้ที่ไม่ได้นับถือฮินดูจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าบริเวณวัด   ช้อปปิ้งซื้อสินค้าพื้นเมือง ย่านทาเมล แหล่งรวมของที่พักและร้านอาหาร สินค้าแนะนำ โปสการ์ดรูปวิวทิวทัศน์และสถานที่ท่องเที่ยว รองเท้า ผ้าคลุมไหล่ พรม กระเป๋านานาชนิด หมวกไหมพรม เสื้อยืด
เย็นรับประทานอาหารค่ำพร้อมชมการแสดงระบำเนปาลีที่ภัตตาคาร
 พักที่โรงแรม Himalaya Hotel ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

 

วันที่ 5

เมืองกาฐมาณฑุ – กรุงเทพฯ

เช้ารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม  ก่อนกลับ ไหว้พระเพื่อเป็นสิริมงคลที่ “สถูปโพธินาถ” เป็นสถูปที่ใหญ่ที่สุดในเนปาลและเป็นมรดกโลก บริเวณวัดเป็นแหล่งชุมชนชาวพุทธทิเบตที่อพยพเข้ามาเมื่อปี ค.ศ. 1959
10.30 น.เดินทางสู่ ท่าอากาศยานตรีภูวัน เมืองกาฐมาณฑุ 
13.50 น.เดินทางสู่ กรุงเทพมหาคร  โดยสายการบิน ไทย เที่ยวบินที่ TG 320 (อาหารกลางวันบริการบนเครื่องบิน)
18.25 น.เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ

Optional tour พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์และสัมผัสเทือกเขาหิมาลัยอย่างใกล้ชิด ด้วยการขึ้นเครื่องบิน Mountain Flight จ่ายเพิ่มท่านละ 200 USD

สินค้าเกี่ยวข้อง
สินค้าที่เคยเข้าชม
ยังไม่เคยเข้าชมสินค้า
Powered by MakeWebEasy.com